การค้าระหว่างไทยกับชิลี

     การค้าระหว่างไทยกับชิลี    มีความคืบหน้าหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มีการพูดคุยกับเอกอัครราชทูตวิสามัญของสาธารณรัฐชิลีประจำประเทศไทย   โดยมีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของการค้าขายระหว่างประเทศไทยกับประเทศชิลีซึ่งในขณะนี้ประเทศชิลีนั้นได้มีการรับซื้อสินค้าซึ่งเป็นผลไม้ของไทย 

โดยทางประเทศชิลีต้องการให้ไทยส่งผลไม้ไม่ว่าจะเป็นมังคุดและลองกองเข้าไปขายในประเทศชิลีให้มากขึ้นเนื่องจากว่าผลไม้ของไทยนั้นได้รับความนิยมมากในประเทศชิลี ชาวชิลีชื่นชอบรสชาติของผลไม้ไทยมากนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงเรื่องของการขายอย่างเดียวเท่านั้นที่เชอรี่กำลังจะมีการจับมือกับไทยเพราะที่ดีจะร่วมกับประเทศไทยในการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนาอีกด้วยแต่ไม่ใช่ว่าผประเทศชิลี จะช่วยเหลือประเทศไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะประเทศไทยเองก็ต้องช่วยเหลือประเทศชิลีเช่นเดียวกัน ในประเทศไทยนั้นจะต้องมีการสนับสนุนประเทศชิลีให้เข้าร่วม fta ให้ได้

       สำหรับแนวโน้มการค้าระหว่างไทยกับชิลีนั้นพังประเทศไทยเองไม่ได้มองว่าจะมีการค้าขายเฉพาะกับประเทศชิลีประเทศเดียวเพียงแต่มองว่าจะให้ที่ดีคือประตูหน้าด่านที่จะนำสินค้าของไทยไปให้ประเทศอื่นอื่นที่อยู่ทางแถบละตินอเมริกาได้รู้จัก

โดยมีการส่งสินค้าไปขายผ่านทางประเทศชิลีและอาจจะมีการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งจุดศูนย์รวมของการกระจายสินค้านั้นมีแนวโน้มว่าจะอยู่ที่ประเทศชิลีหลังจากนั้นก็จะกระจายไปยังประเทศต่างต่างภายในแถบประเทศละตินอเมริกา

       สาเหตุที่สำคัญที่ไทยเลือกประเทศชิลีเป็นศูนย์กลางทางการค้านั่นก็เพราะว่าตลาดการส่งออกของประเทศชิลีนั้นค่อนข้างใหญ่มากและประเทศชิลีและมีการส่งออกในปริมาณค่อนข้างสูงดังนั้นประเทศไทยน่าจะมีการเตรียมสินค้าส่งไปขายที่ประเทศชิลีไม่ว่าจะเป็นสินค้าทางการเกษตรเช่นผักและผลไม้รวมถึงสินค้าแปรรูปพวกอาหารแช่แข็งก็สามารถส่งไปขายที่ประเทศชิลีและส่งต่อไปยังประเทศอื่นอื่นได้เช่นเดียวกัน 

     อย่างไรก็ตามสำหรับการค้าขายระหว่างประเทศในประเทศไทยไม่ได้ค้าขายกับสาธารณรัฐชิลีประเทศเดียวเท่านั้นแต่การค้าขายต่างประเทศประเทศไทยมีการค้าขายกับประเทศอื่นมาอย่างยาวนานแล้วและสินค้าออกของไทยนั้นก็จะเป็นสินค้าทางการเกษตรพวกผักผลไม้และข้าวสารนั่นเอง  ซึ่งถ้าหากการค้าของไทยกับประเทศชิลีสามารถที่จะทำการส่งออกไปได้มากก็จะทำให้มีการเปิดตลาดต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น

       สำหรับ ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้  การจัดส่งส่สินค้าออกขายต่างประเทศนั้น จะส่งผลดีต่อธุรกิจการส่งออกต่างประเทศ  และประเทศไทยจะกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นสินค้าของไทยจะถูกออกไปจำหน่ายเพื่อขยายการตลาดการส่งออกได้เยอะขึ้น

ช่วงสงกรานต์ เดินทางเข้าบุรีรัมย์โดยเครื่องบินไม่ต้องถูกกักตัวหากผลตรวจเป็นลบ

        ในช่วงที่ใกล้เข้าถึงเทศกาล ช่วงสงกรานต์ นี้ประเทศไทยกับพบปัญหาเรื่องของการระบาดของไวรัสโควิช- ที่เริ่มกลับมาระบาดใหม่อีกครั้งหนึ่งซึ่งแน่นอนว่าในตอนนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวันเป็นจำนวนมากและจากการตรวจสอบจำนวนผู้ติดเชื้อนั้นจะพบว่าจะมีอยู่ที่ประมาณ 5 จังหวัดที่มีคนติดเชื้อเยอะมากเป็นพิเศษ

           ซึ่งได้แก่กรุงเทพฯรวมถึงจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดปทุมธานีนอกจากนี้ยังมีจังหวัดนครปฐมและจังหวัดสมุทรปราการซึ่งตามข้อมูลเบื้องต้นนั้นมีการระบุว่าพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดนี้กลายเป็นพื้นที่สีแดงซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิต

ดังนั้นจึงมีบางจังหวัดที่ออกมาประกาศเกี่ยวกับเรื่องของการเดินทางข้ามจังหวัดว่าบุคคลที่เดินทางมาจาก 5 จังหวัดที่มีพื้นที่สีแดงนี้จะต้องมีการตรวจร่างกายยังคุมเข้มและอาจจะต้องมีการแสดงผลตรวจการหาเชื้อไวรัสโควิดเป็นลบจึงจะสามารถเดินทางเข้าจังหวัดอื่นๆได้อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานี้เป็นช่วงใกล้กับเทศกาลวันสงกรานต์

         ซึ่งประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นนั้นจะต้องมีการเดินทางออกต่างจังหวัดส่วนหนึ่งก็เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวอีกส่วนหนึ่งนั้นก็จะเป็นประชาชนที่กลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองที่อยู่ต่างจังหวัดซึ่งการเดินทางนั้นก็จะมีในช่วงสงกรานต์นี้จะสร้างรายได้ให้กับเมืองท่องเทียวได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

       ดังนั้นอธิบดีกรมการท่าอากาศยานได้ออกมาตรวจพื้นที่บริเวณอากาศยานบุรีรัมย์

และได้มีการประกาศออกมาเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีการตรวจผู้ที่จะเดินทางมาที่อากาศยานบุรีรัมย์อย่างเข้มและถ้าหากมีการตรวจแล้วพบว่าผลการตรวจร่างกายเป็นลบไม่มีเชื้อไวรัสโควิด ก็จะไม่มีการกลับตัวบุคคลที่เดินทางมาที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์อย่างแน่นอนซึ่งถือว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มคนที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์นั่นเอง

          อย่างไรก็ตามในขณะนี้นั้นมีสายการบินต่างๆที่เปิดให้บริการที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ได้มีการออกมาตรการคุมเข้มสำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางโดยเครื่องบินซึ่ง เวลานั้นได้มีการประสานงานกับทางโรงพยาบาลบุรีรัมย์ให้มีการทำการตรวจผู้ที่จะเดินทางเข้ามาที่จังหวัดบุรีรัมย์ผ่านทางเครื่องบิน

โดยทางโรงพยาบาลจะมีการตรวจเชื้อไวรัส covid ให้และถ้าหากผลการตรวจเชื้อไวรัส covid ออกมาแล้วเป็นลบก็จะมีการแจ้งผู้โดยสารพร้อมทั้งปล่อยตัวทันทีจะไม่มีการกักตัว 14 วันเพื่อที่ผู้โดยสารนั้นจะได้มีการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆภายในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ด้วยการตรวจหาเชื้อไวรัส covid นี้ผู้โดยสารจะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายเองจำนวน 600 บาทต่อครั้งในการตรวจ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.   สมัคร Gclub

พิษโควิด-19 รอบ 3 ทำรายได้ช่วงสงกรานต์หายไป 20 %

 

        พิษโควิด-19 รอบ 3   มีการเปิดเผยจากผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องของสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิคครั้งที่ 3 ที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้

โดยทางด้านผู้ว่าการระบุว่าก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีการคำนวณเกี่ยวกับเรื่องของรายได้ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ซึ่งจะมีการหยุดยาวติดต่อเนื่องกันถึง 6 วันด้วยกันโดยมีการกำหนดวันหยุดเป็นวันที่ 10 วันที่ 15 เดือนเมษายน ปีพ.ศ. 2564 

        ซึ่งในช่วงสงกรานต์นี้เป็นช่วงที่ประชาชนจะเดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆและนี่เองจะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีโดยมีการคำนวณเกี่ยวกับเรื่องของรายได้ในช่วง 6 วันนี้ว่าน่าจะมีเงินเดินสะพัดสูงถึง 12,000 ล้านบาท   สำหรับการท่องเที่ยวทุกจังหวัดในประเทศไทย  

         แต่เมื่อมีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เข้ามาทางด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รับทราบยอดเกี่ยวกับเรื่องของการยกเลิกการจองที่พักโรงแรมต่างๆโดยมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการยกเลิกการเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวซึ่งแน่นอนว่ารายได้สำหรับการท่องเที่ยวนั้นก็จะหายไป 20% เช่นเดียวกันและจากการคำนวณ 20% นั้นจะเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่หายไปนั้นมากถึง 2,400 ล้านบาทเลยทีเดียว 

           สำหรับสาเหตุที่นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางไปเที่ยวในช่วงสงกรานต์นั้นก็เพราะว่ายังหวาดกลัวเรื่องของการระบาดของไวรัสโควิตดังนั้นจะเห็นได้ว่าถึงแม้ว่าในช่วงวันหยุดยาว 6 วันนี้จะมีการเดินทางออกจากกรุงเทพฯไปต่างจังหวัดแต่ก็เป็นการเดินทางกลับไปเพื่อไปเยี่ยมญาติพี่น้องเพียงเท่านั้นไม่ได้มีการเดินทางไปเที่ยวหรือถ้าหากจะเดินทางไปเที่ยวจริงๆก็จะมีการยกเลิกสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นโซนสีแดงแล้วหันไปเลือกจังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 น้อยลงนั่นเอง

          เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระหว่างที่เดินทางไปเที่ยวได้เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนเป้าหมายการเที่ยวจากการเดินทางไปเที่ยวไกลๆเป็นการเที่ยวใกล้และเลือกสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับตนเองมากที่สุดนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ยกเลิกการท่องเที่ยวและหยุดอยู่บ้านเพียงอย่างเดียวเพียงเท่านั้นเพื่อความสบายใจของตนเองและคนในครอบครัวและรอจนกว่าสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 จะดีขึ้นชื่อว่าจะมีการออกมาของเที่ยวใหม่อีกครั้งหนึ่ง 

         จากข้อมูลที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีการวิเคราะห์ออกมาเช่นนี้จะเห็นได้ว่าผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิช- กระรอก 3 นั้นส่งผลต่อรายได้ของประเทศเป็นจำนวนมากเลยทีเดียวถึงแม้ว่าจำนวนการเดินทางไปเที่ยวจะลดลง 20% แต่ 20% นี้ก็ถือว่าเป็นยอดที่สูงมากถ้าคิดเป็นจำนวนเงิน         

 

สนับสนุนโดย.   www.ufabet.com ยินดีให้บริการคะ เฮง เฮง นะคะ

เจคิวออกผลิตภัณฑ์ใหม่ส่งโม่งเปลี่ยนหัวร้อนเป็นหัวเย็น เจาะ ลูกค้าเป็นกลุ่มสิงห์นักบิด

 

          เจคิวออกผลิตภัณฑ์ใหม่  GQ  มาพร้อมกับวิธีการแก้ปัญหาอีกแล้วกับการเปิดตัวโมงหัวเย็น  โดยการเปลี่ยนจากหัวร้อนเป็นหัวเย็น เพื่อเป็นการเอาใจพนักงาน Rider ค่ะ

ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องแต่งกายร่วมมือกับแพนด้าไรเดอร์ผู้จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับจักรยานยนต์ผลิตGQ ไบเกอร์ Max เป็นโม่งหัวเย็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดกลยุทธ์การตลาดนะคะบอกว่าคนขับมอเตอร์ไซค์ เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดแล้วก็ครอบคลุมผู้บริโภคกำลังซื้อเลยจากข้อมูลล่าสุดพบว่ามีจำนวนมอเตอร์ไซค์กว่า 20 ล้านคันในประเทศ 

          ที่เป็นไรเดอร์ หรือไบร์เกอร์   ซึ่งปกติแล้วก็ไม่มีใครนะที่พยายามศึกษาเรื่องของปัญหาต่างๆแล้วก็ออกผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจเพียง Point ของการสวมหน้ากากมอเตอร์ไซค์จริงๆเพราะฉะนั้นก็เลยเห็นเป็นโอกาสที่ดีที่ทาง GQ ได้ไปศึกษาหาข้อมูลของกลุ่มคนขับขี่มอเตอร์ไซค์

พบว่าปัญหาที่พบได้บ่อยก็คือหัวร้อนค่ะเหม็นอับค่ะเปียกชื้นไฟแล้วก็เจ็บหูแล้วยังถอดยากอีกด้วยนะคะ เวลาเจอปัญหามลพิษฝุ่นควันคือปัญหาเยอะมากจริงๆสุดท้ายแล้วเลยเป็นที่มาของโม่ง GQ BIGER โมโหเย็นมี 2 รุ่น เป็นโม่ระบายอากาศสามารถป้องกันรังสีและเป็นรุ่นโม่งป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ได้

      โดยบริษัทจีคิวนั้นเป็นบริษัทที่ค่อนข้างที่จะเกาะกระแสในการผลิตสินค้าออกมาขายและไม่เคยที่จะตกกระแสเลย   ที่ต้องติดตามการในการทำธุรกิจเราสามารถสังเกตได้ว่าทางบริษัททีคิวนั้นเขา Present ผลิตภัณฑ์เขาออกมา  

จะไม่ได้บอกว่าคุณสมบัติของสินค้านั้นดีแบบไหนแต่เขาเลือกที่จะพยายามหมุนกลับไปว่าทำไมเขาถึงนำผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกมา เพราะเขาไปโยงกับปัญหาของกลุ่มลูกค้าเขาที่เขาเจาะในไลน์สินค้า

     อาจกล่าวได้ว่าเวลาที่จีคิวจะผลิตสินค้าอย่างหนึ่งออกมาขายนั้นเขาจะต้องดูว่าตอนนี้ใครมีปัญหาอะไรบ้างอย่างเช่นที่ผลิตโม่งใส่สำหรับผมคนที่ขับรถมอเตอร์ไซค์นั้นเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเวลาคนขับรถมอเตอร์ไซค์นั้นอากาศจะร้อนและเหงื่อออกที่ศรีษะดังนั้นเขาจึงผลิตพรุ่งนี้ขึ้นมาใส่แล้ว

อากาศจะไม่ร้อนศีรษะจะเย็นสบายถ้าใส่โม่งนี้ขนาดขับรถมอเตอร์ไซค์ก็จะทำให้อารมณ์ดีไม่อารมณ์เสียง่ายซึ่งเชื่อว่าโม่งเปลี่ยนหัวร้อนเป็นหัวเย็นนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับจีคิวได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

        เนื่องจากว่าตอบโจทย์ของผู้ใช้งานอย่างแท้จริงซึ่งอันนี้จะไม่ใช่เฉพาะกลุ่มที่เป็นกลุ่มสิงห์นักบิดเท่านั้นเช่นประชาชนทั่วไปก็อาจจะมีการซื้อเอามาใช้งานเวลาที่จำเป็นที่จะต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไปซื้อกับข้าวซื้อของในช่วงที่มีอากาศร้อน โม่งตัวนี้ก็จะช่วยได้เช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนโดย.   แจ้งฝาก-ถอน ufabet

ค่ารถไฟฟ้าแพงสวนทางกับค่าครองชีพถูก

      ค่ารถไฟฟ้าแพงสวนทางกับค่าครองชีพถูก   ปัญหาของคนกรุงในตอนนี้ก็คือปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของค่าครองชีพที่ถูกซึ่งสวนกระแสเป็นอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้จ่ายในแต่ละวันจะเห็นได้ว่าคนในกรุงเทพฯในตอนนี้นั้นมีค่าใช้จ่ายมากมายไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าเช่าบ้าน  หรือบางคนอาจจะใช้เป็นวิธีการผ่อนบ้านผ่อนคอนโดรวมถึงจ่ายเป็นค่าเดินทางเช่นในการเติมน้ำมันหรือแม้แต่ค่าขึ้นรถโดยสารประจำทางและค่ารถไฟฟ้า  

         และยังต้องเสียค่ากินค่าเสื้อผ้าค่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าโทรศัพท์มือถือหรือการช้อปปิ้งต่างๆนั้นเองเรียกได้ว่าจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนั้นถึงแม้จะทำงานอย่างหนักและได้รับเงินเดือนมาก็ไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายในแต่ละเดือนจะเห็นได้ว่าคนกลุ่มนั้นทำงานแทบจะเป็นการใช้เงินแบบเดือนชนเดือนกันเลยทีเดียว 

            สำหรับในปัจจุบันนั้นในกรุงเทพฯได้มีรถไฟฟ้าหลายสายมากซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับคนในกรุงเทพในการเดินทางโดยไม่ต้องเสียเวลานั่งรถโดยสารประจำทางและรถติดนานเพราะรถไฟฟ้านั้นใช้ระยะเวลาแป๊บเดียวก็สามารถถึงที่หมายได้แล้วแต่ในขณะเดียวกัน

ปัญหาที่คนกรุงเจอในตอนนี้ก็คือค่ารถไฟฟ้าในการเดินทางในแต่ละครั้งนั้นค่อนข้างมีราคาสูงมากซึ่งถ้าหากเทียบกับรายได้ของประชาชนที่ได้รับเงินค่าจ้างในแต่ละเดือนแล้วจะไม่เพียงพอกับการที่จะต้องไปเสียค่ารถไฟฟ้าในการเดินทางในแต่ละวันเลยทีเดียว 

           ซึ่งปัญหาที่มีการเรียกเก็บค่ารถไฟฟ้าสูงนั้นเกิดมาจากการที่ทางบริษัทที่มีการลงทุนสร้างรถไฟฟ้าขึ้นมานั้นก็ต้องมีการใช้งบประมาณมหาศาลในการที่จะจ่ายในเรื่องของการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายในเรื่องของค่าน้ำมันค่าคนงานในการให้บริการบนรถไฟฟ้าและที่สำคัญยังต้องมีการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินที่มีการสร้างรถไฟฟ้าผ่านอีกด้วยทำให้ทางด้านบริษัทที่มีการลงทุนนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการเรียกเก็บเงินค่าโดยสารค่อนข้างแพง

       อย่างไรก็ตามในขณะนี้กำลังมีการแก้ไขปัญหาเรื่องของค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงด้วยการพยายามเปิดพื้นที่ให้กับร้านค้าได้มาเช่าพื้นที่บนรถไฟฟ้าเพื่อขายของซึ่งทางด้านบริษัทที่ลงทุนในการสร้างรถไฟฟ้าก็จะได้เงินส่วนหนึ่งมาจากการเปิดให้เช่าพื้นที่บนรถไฟฟ้านั่นเองและถ้าหากว่ามีร้านค้าเป็นจำนวนมากที่มาเช่าพื้นที่ก็จะสามารถรถค่าโดยสารของรถไฟฟ้าได้เช่นเดียวกัน

          อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาเรื่องของค่ารถไฟฟ้าที่ยังถือว่าค่อนข้างแพงมากในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการส่งเรื่องพิจารณาการแก้ไขว่าจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง โดยมีอธิบดีกรมการขนส่งทางรางกำลังเร่งหาวิธีการแก้ไขซึ่ง   ในขณะนี้รถไฟฟ้ายังไม่ใช่ของรัฐบาลโดยตรงดังนั้นรัฐบาลจึงไม่สามารถเข้าไปควบคุมเรื่องของราคาค่าโดยสารได้แต่ถ้าหากในอนาคตรัฐบาลสามารถที่จะมีการนำรถไฟฟ้ามาเป็นของรัฐบาลได้เมื่อใดเมื่อนั้นสถานการณ์เรื่องของค่ารถไฟฟ้าน่าจะถูกลงกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.  gclub ทดลองเล่นฟรี

เหตุผลที่ทำไมคุณยังไม่รวย

เหตุผลที่ทำไมคุณยังไม่รวย เหตุผลข้อที่หนึ่งก็คือ โรงเรียนไม่เคยสอนวิธีการรวยให้กับคุณ คุณเรียนในโรงเรียนคนที่สอนคุณคือครู ครูคือหนึ่งในอาชีพที่เป็นหนี้เยอะมากเพราะครูสามารถที่จะกู้ได้

ดังนั้นเมื่อครูไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะสามารถรวยได้ครูก็ไม่สามารถสอนคุณได้ในณะเดียวกันพ่อแม่ของคุณถ้าคุณไม่ได้เกิดมาอยู่ในครอบครัวที่รวยและเขาไม่ได้มีความรู้ว่าจะต้องทำยังไงถึงจะสามารถรวยได้เขาก็ไม่สามารถสอนได้เหมือนกับคุณกำลังจะเรียนทำอาหารแต่คนที่คุณไปเรียนด้วยทำอาหารไม่เป็นไม่ใช่ว่าเขาไม่หวังดีกับคุณ

เขาหวังดีแต่เขาไม่ร็วิธีที่จะสอนคุณยังไงเพราะเขาเองก็ทำอาหารไม่เป็นเขาเองก็ททำให้ตัวเองรวยไม่ได้โดยมีน้องเขามาถามว่าทำยังไงเราถึงจะสามารถมีเงินสร้างเนื้อสร้างตัวเลี้ยงพ่อแม่ได้ทำยังไงเขถึงจะรวยได้พอเราแนะนำไปเขาก็บอกว่าไม่เห็นจะเหมือนกับครูในมหาลัยที่เขาบอกถูกต้องเลย

เพราะในสิ่งที่เราสอนมันได้ถูกสอนมาจากประสบการณ์แต่ว่าครูไม่ได้มีประสบการณ์ตรงนี้ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงถึงจะสามารถรวยได้คุณคิดดูแล้วกันว่ามันตลกไหมเราใช้เวลาประมาณ1/3ของชีวิตเรียนรู้วิธีการหาเงินเราเรียนทุกอย่างเลยดนตรี ประวัติศาสตร์ พละศึกษาหรือศิลปะเราเรียนทุกวิชายกเว้นวิชาเดียว วิชาหาเงินได้เยอะๆ

ในเมื่อเราไม่ได้ถูกสอนว่าทำยังไงเราถึงจะหาเงินได้เยอะๆในโรงเรียนไม่มีใครสอนเราเรื่องนี้ครอบครัวก็ไม่สอนและนี่มันก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่รวย

เหตุผลข้อที่สองก็คือ คุณมีNegative Relationship เงินกับความรวยคุณจะถูกปลูกฝังมาเลยว่าคนรวยคือคนไม่ดีคนรวยคนไม่มีน้ำใจคุณเป็นคนจนที่ดีคุณเป็นคนจนที่มีน้ำใจสาเหตุเพราะอะไรเพราะสื่อพยายามประโคมแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นทีวีเพลงหนังละครทั้งหมด

พยายามจะบอกว่าคนรวยเป็นคนไม่ดีหนังพยายามทำตัวโกงเป็นคนรวยแล้วก็ทำตัวพระเอกทำตัวเป็นคนนดีในเรื่องให้เป็นคนจนมันก็เลยได้ถูกปลูกฝังภาพนี้เข้ามาคำถามก็คือทำไมหนังได้ปลูกฝังแบบนี้คุณลองนึกภาพถ้าเกิดจะเทียบกับประชากรของโลกตามรายได้มันจะเหมือนกับพีระมิดคนมีตังค์นิดเดียวแต่ว่าคนที่มีตังค์น้อยๆอยู่ฐานพีระมิด

ดังนั้นในการที่จะทำสื่อมาอย่างหนึ่งเขาไม่สามารถที่จะทำสื่อเพื่อเจาะกลุ่มข้างบนได้เพราะมันจะขายออกไปได้น้อยเขาไม่สามารถทำหนังทำละครมาและจะไปขายโฆษณาสบู่ยาสีฟันหรืออะไรก็แล้วแต่ได้

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร sbobet โดยตรง

ก่อนจะมาเป็น TIKTOK

ก่อนจะมาเป็น TIKTOK   แน่นอนว่าแพลตฟอร์มที่เรียกได้ว่ามาแรงที่สุดในปัจจุบันคงหนีไม่พ้น TIKTOK แต่รู้ไหมว่าก่อนหน้าที่จะมีไอ้เจ้านี่ แต่เดิมเคยมีแพลตฟอร์มที่คล้ายแบบนี้มาก่อนแล้ว เมื่อแปดปีก่อน แต่ทุกวันนี้ก็ถูกปิดตัวไปแล้ว ซึ่งแพลตฟอร์มนี้มีอยู่ว่า VINE

โดยผู้ก่อตั้งมีอยุ่ด้วยกัน 3   คน คือ Dom Hofmann, Rus Yusupov และ Colin Kroll โดยแพลตฟอรม์ดังกล่าวนี้ มีฟีเจอร์ให้ผู้ใช้งานทำคลิปวิดีโอสั้นได้ 6 วินาท เป็นการวนลูป ซึ่งในแพลตฟอร์มก็จะมีการแบ่งหมวดหมู่คลิป ตามประเภทคอนเทนต์และความนิยมในแต่ละช่วงเวลา

            ซึ่งแนวคิดนี้ก็ไปเข้าตา Twitter ซึ่งก็มีการตัดสินใจขอเข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่าประมาณ 980 ล้านบาท ซึ่งเมื่อมีพี่ใหญหนุนหลังแบบนี้ทำให้แพลตฟอร์มนี้ ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วและมีผู้ใช้งาน ภายสามปี มากกว่า 200 ล้านบัญชี แต่อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์มนี้กลับคงทนอยู่ได้เพียงแค่ 4 ปี

เนื่องจากบริษัทแม่อย่าง Twitter เกิดปัญหาขาดทุน และในช่วงนั้นก็เริ่มมีแพลตฟอรม์ใหม่ๆ อย่าง TIKTOK เริ่มขึ้นมา จึงทำให้ VINE ต้องปิดตัวเองอย่างถาวร และอะไรที่เป็นสาเหตุให้แพลตฟอร์มนี้ต้องหยุดกระทันกัน เราลองมาหาสาเหตุกันดู

              อย่างแรกเลย วิดีโอ 6   วินาที นั้นเป็นจุดอ่อน เพราะมันสั้นและน้อยเกินไปที่จะให้ผู้ใช้งานได้ใส่ลูกเล่นเพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ดีๆออกมาก ซึ่งถึงแม้ว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข แต่ต้องเกือบสามปี ที่ VINE จะปรับเพิ่มจาก 6 วินาที กลายมาเป็น 140 วินาที ซึ่งถือว่าช้าเกินไปสำหรับชาวโซเชียลทั้งหลาย

         อย่างที่สองคือ รายได้หรือผลตอบแทน ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้มีรายได้หรือผลตอบแทนใดๆ ให้กับผู้ใช้งานในการสร้างคอนเทนต์มาแชร์กันบนแพลตฟอร์ม มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายๆ คนเปลี่ยนไปทำ content ที่แพลตฟอร์มอื่นแทน

อย่างที่สาม การที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Twitter เข้ามาซื้อกิจการเร็วเกินไป ทำให้ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการพัฒนาแอปนั้นต้องสะดุด เนื่องจากทีมงานขาดความคล่องตัวในการตัดสินใจ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้น ผลิตหรือพัฒนาอะไรใหม่ๆ และอย่างสุดท้ายก็คือ

        การเปิดตัวของ TikTok ที่ทำได้ดีกว่า จนทำให้ผู้ใช้งานเลิกใช้งานแพลตฟอร์ม VINE และหันไปใช้งานแพลตฟอร์มอย่าง TikTok แทน นั่นจึงกลายเป็นจุดจบของแพลตฟอร์มนี้ ที่เรียกได้ว่าครั้งหนึ่งเคยสร้างความฮืออา และผลิตฟีเจอร์ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม เรื่องนี้จึงกลายเป็นอุทาหรณ์ให้บริษัทต่างๆ ไม่คิดที่จะหยุดนิ่งในการพัฒนาอะไรใหม่ๆ ให้สิ่งเก่าที่มีอยู่ดีขึ้นกว่าเดิม รวมไปการสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ทันกระแสต่อโลกปัจจุบันนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.   สมัคร sbobet โดยตรง

วิกฤติหมอรามาออกมากระตุกรัฐบาลเร่งหาแนนวทางหยุดเชื้อ

วิกฤติหมอรามาออกมากระตุกรัฐบาล โดยอีกหนึ่งเรื่องที่วันนี้เราทราบมาว่ามีทางคุณนายแพทย์ศุภโชค ท่านได้ออกมาโพสในเฟสบุ๊คคือต้องใช้คำว่าเป็นภาวะคอขวดแล้วคือมันวิกฤตแล้วในเรื่องของการติดเชื้อเองก็ตามเรื่องของโรงพยาบาลเรื่องของผู้ป่วยเองตอนนี้มันดูเหมือนกับว่าทางโรงพยาบาลมันเกือบจะถึงทางตันแล้ว

ซึ่งวันนี้ได้เป็นประเด็นใหญ่ที่สื่อหลายสำนักหยิบเอาไปเล่นแล้วกลายมาเป็นประเด็นที่สำคัญก็คือประเด็นที่นายแพทย์ศุภโชค เกิดลาภท่านเป็นอายุรแพทย์โรคติดเชื้อสถานบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีโดยท่านได้มาโพสเฟสบุ๊คแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของโควิด-19การดำเนินการในปัจจุบัน 

โดยได้มีประเด็นที่หากหลายเรื่องก็คือได้บอกว่าสถานการณ์โควิด-19ในปัจจุบันหลังจากที่ล็อคดาวในช่วงสงกรานต์และหลังจากที่ไม่ได้มีการล็อคดาวในช่วงสงการนต์ก็ทำให้เกิดผลกระทบขึ้นมาหลากหลายเรื่องโดยเหตุผลก็คือว่าพอไม่มีการล็อคดาวในช่วงสงการนต์ทำให้ถูกมอองว่าการติดเชื้อมันเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะการติดเชื้อจากผู้ติดเชื้อรายใหม่ๆที่ไปติดเชื้อมาจาก กทม. บ้าง ต่างจังหวัดบ้างกลับไปติดพ่อแม่ตรงนี้มันเลยทำให้เป็นประเด็นที่สำคัญที่คุณหมอเตือนว่ามันเคยเกิดเหตุการณ์ในกรณีที่ลูกๆหลานๆเอาเชื้อไปติดคนที่บ้านไปเยี่ยมพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายกลับมาจากเที่ยวสงการนต์ที่ทำให้เกิดเชื้อเกิดขึ้นในหลายจังหวัด

แพร่เชื้อในลักษณะนี้ประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งท่านบอกว่าการติดเชื้อ ณ ปัจจุบันมันติดตามยากไม่รู้ว่าตอดเชื่อมาจากไหนคือหาไม่ได้ว่าติดมาจากไหนแต่ท่านบอกว่าระบาดในรอบที่3ของแท้อย่างจริงจังแล้วที่พีคสุดๆนายแพทย์ศุภโชคชี้ให้เห็นว่า

ซึ่งมันจะมีกรณีที่คนในครอบครัวติดพ่อแม่ติดลูกติดสำคัญก็คือว่าลูกติดเชื้อจะต้องไปนอนที่โรงพยาบาลสนามแต่ว่าพ่อแม่หรือว่าปู่ย่าตายายที่ไม่ติดอยู่ที่บ้านไม่มีคนเฝ้าพอไม่มีคนเฝ้าก็เกิดปัญหาขึ้นมาอีกคือคนที่อยู่ที่บ้านปู่ย่าตายายที่อยู่ที่บ้านก็เสี่ยงที่จะติดโควิด-19ด้วย

นอกจากนี้ไม่มีคนเฝ้ายังไม่พอไม่มีคนติดต่อประสานงานเรื่องของการรักษาตรงนี้ก็เลยทำให้ความเสี่ยงของคนที่อยู่ที่บ้านแรกๆมันอาจจะดูไม่ติดหรือว่ามันอาจจะติดแล้วแต่ว่ามันยังอยู่ในภาวะยังไม่อันตรายก็ทำให้เสี่ยงไปด้วยที่สำคัญเลยคุณหมอยังบอกอีกว่า

การติดเชื้อในระลอกนี้ของประเทศไทยมันได้เกิดภาวะปอดติดเชื้อรุนแรงมากโดยแม้กระทั่งคนที่มาถึงที่โรงพยาบาลแรงๆการรักษาถือว่าทำได้ยากเพราะว่าการติดเชื้อที่ปอดมันได้ได้รวดเร็ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

วิกฤตของประเทศเมียนมาร์ คือโอกาสทางการค้าของไทยจริงหรือ

        วิกฤตของประเทศเมียนมาร์ นับตั้งแต่ประเทศเมียนมาร์เกิดมีการประท้วงกันเกิดขึ้นมีหลายหน่วยงานมากที่ออกมาวิเคราะห์ว่าการประท้วงในพม่าในครั้งนี้แม้ว่าประเทศพม่าจะเกิดวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่แต่กลับเป็นผลดีต่อนักธุรกิจของไทยและการส่งออกของไทยที่จะสามารถส่งสินค้าไปขายในประเทศพม่าได้เนื่องจากว่าเมื่อพม่ามีการประท้วงบริษัทต่างๆจึงต้องปิดตัวลงเพื่อให้เราพนักงานนั้นออกไปประท้วงหรือแม้แต่ถ้าทางบริษัทไม่ปิดกิจการแต่พนักงานก็จะออกไปประท้วงเอง

         ดังนั้นหลายหน่วยงานจึงมองว่านี่คือโอกาสอันดีของการค้าของไทยที่จะสามารถนำสินค้าไปขายในประเทศพม่าได้  แต่การขายสินค้าในประเทศพม่านั้นเราไม่สามารถส่งสินค้าไปขายในขณะที่คนพม่ากำลังก่อการจลาจลหรือก่อการประท้วงกันได้เพราะเชื่อถือว่าในขณะที่พวกเขาอาจจะเป็นอาหารก็จริงเราก็ไม่สามารถนำของไปขายได้ในทันทีเพราะการขายของในประเทศพม่านั้นจะต้องมีการติดต่อหน่วยงานของรัฐบาลเพื่อนำสินค้าเข้าไปขายเป็นการขออนุญาต

          ดังนั้นเราจึงไม่สามารถนำสินค้าเข้าไปขายในประเทศพม่าได้

โดยตรงยกเว้นว่าบริษัทของไทยมีการส่งสินค้าไปขายกับประเทศพม่าอยู่แล้วยังสามารถส่งไปขายได้ตามปกตินั่นเองนี่คือวิกฤตโอกาสที่ดีของพ่อค้าไทยที่จะได้ค้าขายสินค้าในปริมาณมากในประเทศเมียนมาร์ในช่วงเวลานี้แต่ถ้าหากว่าเป็นพ่อค้าชุดใหม่ที่ยังไม่เคยทำการค้าขายกับคนพม่าเลยนั้นรับรองได้ว่ายังไงคุณก็ไม่สามารถเข้าไปค้าขายได้อย่างแน่นอน

           ดังนั้นสถานที่ที่คุณจะสามารถค้าขายในประเทศพม่าได้

นั้นก็คือตรงบริเวณชายแดนนั่นเองเพราะตรงบริเวณนี้หากชาวเมียนมาร์ต้องการอยากจะซื้อสินค้าของไทยนั้นสามารถข้ามเขตชายแดนมาซื้อสินค้าแล้วนำกลับไปขายในประเทศของตนเองได้ดังนั้นโอกาสของการค้าไทยจึงมีตรงบริเวณเขตชายแดนนั่นเอง

        แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าหากใครได้ติดตามข่าวสารสถานการณ์ของประเทศพม่าในปัจจุบันนี้  และได้เห็นภาพเคลื่อนไหวใน YouTube จะเห็นได้ว่าในประเทศเมียนมาร์นี้กำลังมีความรุนแรงเป็นอย่างมากบรรดาทหารทั้งหลายนั้นเข้าไปยิงคนแม้แต่ในงานศพหรือแม้แต่ในร้านอาหารดังนั้นถ้าหากเราเป็นนักธุรกิจเราคงไม่อยากจะไปลงทุนค้าขายในประเทศพม่าในช่วงที่เกิดวิกฤตการเช่นนี้อย่างแน่นอน

           เพราะมีความเสี่ยงมากที่สถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นและเมื่อเช้าพม่าได้มีงานทำเพราะต้องออกมาประท้วงก็อาจจะทำให้พวกเขานั้นออกมาปล้นสดมภ์อาหารก็เป็นไปได้เช่นเดียวกันดังนั้นจากที่หลายฝ่ายมองว่ามันคือโอกาสทางการค้าของไทยนั้นถ้าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้มันคือสถานการณ์ที่เป็นการเอื้ออำนวยโอกาสให้กับการค้าของไทยจริงหรือ?

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

GDPประเทศในอาเซียน

GDPประเทศในอาเซียน เราอยู่กับโรคระบาดโควิด-19มา10เดือนด้วยกันแต่อย่างไรก็ตามต้องยอมรับยังพอมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างสหรัฐอเมริกาเองก็รายงานยอดผู้เสียชีวิตทะลุ2แสนคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเฉพาะกับภาคการท่องเที่ยวและภาคการส่งออกคำถามคือเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเป็นอย่างไรรวมไปถึงคาดการณ์ในปีหน้าและสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อผยุงเศรษฐกิจไทยไม่ให้แย่ลงไปมากกว่านี้

ซึ่งปีนี้ก็ได้พูดตรงกันว่าเศรษฐกิจไม่ดีและหวังว่าปีหน้าจะโตได้อย่างร้อนแรง

คำตอบก็คืออาจจะไม่ได้โตในลักษณะนั้นเพราะว่ามีข้อมูลจากทางศูนย์วิจัยบอกว่ามี3ปัจจัยด้วยกันที่จะฉุดรันเศรษฐกิจไทยอยู่จะเป็นอะไรตามมาดูกันนปี2563นี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเราเจอกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19จนถึงปัจจุบันเราเจอกับมารตการในการล็อคดาวหรือว่าการปิดเมือง

การส่งออกของเราตอนนี้ตลาดในต่างประเทศก็มีปัญหาในขณะเดียวกันภาคการท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญครองสัดส่วน12%ของขนาดเศรษฐกิจหรือว่าGDPของประเทศตอนนี้ต้องหยุดวันนี้เลยจะทำภาพให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจนกับเศรษฐกิจของประเทศไทย

เพื่อที่จะได้ประเมิลกันให้เห็นภาพว่าปีนี้กับต้มยำกุ้งใครน่าจะหนักไปกว่ากันโดยคำตอบมันกค่อยข้างที่จะชัดเจนอยู่แล้วจากการคาดการณ์ของหลายสำนักเศรษฐกิจรวมไปถึงองค์กรระหว่างประเทศแม้ว่าตัวไตรมาสที่2ของประเทศไทยเราGDPจะหดตัว12.2%หดตัวไม่ได้เยอะเท่ากับช่วงที่ต้มยำกุ้งหดตัวเยอะที่สุด

นอกจากนี้โดยรวมเมื่อไหร่คำนวณออกมาทั้งปีแล้วปีนี้2563เศรษฐกิจจะหดตัวเยอะกว่าต้มยำกุ้งด้วยถ้ามาดูGDPของประเทศไทยที่เทียบกับชาติต่างๆในอาเชียเอาเทียบดูไตรมาส1กับ2 ไตรมาสที่1เริ่มจะเห็นผลจากโควิด-19ในช่วงปลายไตรมาส 

 

ไตรมาสที่2นี้คือเต็มๆและทุกส่วนภาคต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันหมด

ว่าช่วงที่ตกต่ำที่สุดช่วงที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุดคือไตรมาสที่2อย่างเช่นที่มาเลเซียไตรมาสที่2ติดลบถึง17% ฟิลิปปินส์ติดลบ16.5% สิงคโปร์ 13.2% ไทยติดลบ12.2แต่ถ้าเปรียบเทียบดูในไตรมาสแรกเศรษฐกิจของเราติดลบ2%แต่พอมาไตรมาสที่2ก็ติดลบหนักขึ้นไปถึง12.2%ด้วยกัน

เพราะว่าช่วงที่ควรจะเป็นที่มีนักท่องเที่ยวได้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเยอะและนักท่องเที่ยวหลายสิบล้านคนที่เคยเข้ามาในช่วงไตรมาส1และไตรมาสที่2มันได้หายไปตรงนี้ชัดเจนและยังรวมไปถึงการบริโภคที่หดตัวลงได้อย่างชัดเจนและอีกส่วนหนึ่งคืออินโดนีเซียไตรมาสที่2เขาติดลบ5.3%เวียดนามยังขยายตัวได้0.4%

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมเวียดนามกับอินโดนีเซียติดลบอาจจะไม่เยอะเวียดนามขยายตัวได้นิดหน่อยมันต้องไปดูโครงสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ