คลังเก็บผู้เขียน: admin

เคล็ดลับการพัฒนาสุขภาพเพื่อเพิ่มทักษะด้านกีฬาให้คุณ

การได้เป็นนักกีฬาที่มีใครๆหลายคนคอยชื่นชมและเชียร์ในความสามารถของคุณ คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจในชีวิต ดังนั้นเพื่อให้คุณสามารถพัฒนาตนเองสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพ บทความนี้ขอเสนอเคล็ดลับง่ายๆในการพัฒนาสุขภาพโดยรวมของคุณเพื่อความพร้อมในการเป็นนักกีฬามืออาชีพในอนาคต

1.เลือกประเภทกีฬาที่คุณชอบ
อันดับแรกขอให้คุณเลือกประเภทกีฬาที่คุณชื่นชอบเสียก่อน อาจจะเป็นกีฬาฟุตบอล หรือกีฬากอล์ฟ อะไรก็ได้ที่คุณชื่นชอบ โปรดเลือกออกมา การเลือกกีฬาที่คุณชอบได้ช่วยให้คุณมีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะทางกีฬา

2.เริ่มเล่นเวทเทรนนิ่ง
ฝึกการเล่นเวทเทรนนิ่งซะ ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายๆคน แต่โปรดเชื่อผม เวทเทรนนิ่งช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อของคุณพร้อมในการใช้งาน คุณคงไม่ต้องการเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่มีแขนขาลีบเป็นแน่แท้

3.ทานอาหารเสริมความแข็งแรงของร่างกาย
อาหารเสริมที่เหมาะอย่างยิ่งต่อนักกีฬาคือ อาหารเสริมประเภทโปรตีน คุณต้องเลือกหามาติดบ้านไว้ เช่นโปรตีนผง เพราะการเล่นกีฬาจะทำให้กล้ามเนื้อของคุณได้รับการบาดเจ็บ และการใช้โปรตีนคือการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอลงไปเหล่านั้น

4.ศึกษาเทคนิคทางกีฬาเสมอๆ
ศึกษาเทคนิคทางกีฬาที่คุณกำลังจะเล่นด้วย อาจลองใช้เว็บอย่าง youtube เป็นเครื่องมือหรืออื่นๆ การหมั่นเติมทักษะข้อนี้ช่วยให้คุณมีองค์ความรู้และทักษะที่ดีอยู่เสมอๆ

5.เป็นสมาชิกชมรมกีฬาของคุณ
ข้อสุดท้าย จงเป็นสมาชิกของทีมกีฬาที่คุณต้องการ เช่นอยากเล่นฟุตบอลก็จงหาทีมกีฬาฟุตบอลใกล้ๆบ้านของคุณ การทำแบบนี้แหล่ะครับจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณก้าวไปเป็นนักกีฬามืออาชีพในอนาคต

เพียง 5 ประการนี้คุณจะมีร่างกายและสุขภาพที่พร้อมจะพัฒนาตนเองสู่ความเป็นนักกีฬามืออาชีพในอนาคตได้

เร่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม

 
              พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 6 ด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการกีฬา ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม ในระยะ 1 ปี 6 เดือน รวมถึงเป้าหมายการขับเคลื่อนและปฏิรูปการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม ในระยะ 20 ปี แล้ว มีข้อสรุปร่วมกันว่า การท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม เป็นงานที่มีความสำคัญต่อการเพื่อสร้างคน
                 สร้างรายได้ให้ประเทศ และนำภาพลักษณ์ไทยสู่สากล โดยงานทั้ง 3 ด้านมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน และจะเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศทั้งการพัฒนาคน สังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการในแต่ละด้าน ไปจัดลำดับความสำคัญของงานที่จะขับเคลื่อน และจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนในระยะ 1 ปี 6 เดือน เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลใหม่ รวมทั้งจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม ในระยะ 20 ปี เพื่อนำเสนอคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และรัฐบาลพิจารณาต่อไป
          พลเอก ธนะศักดิ์ กล่าวว่า สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวในระยะ 1 ปี 6 เดือน และในระยะ 20 ปี จะเน้นวางรากฐานในห้วงระยะเวลา 10 ปี ในด้านต่าง ๆ โดยในด้านการท่องเที่ยว ต้องสร้างมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน การทำงานอย่างมีส่วนร่วม มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนพัฒนาระบบ สิ่งอำนวยความสะดวกและศักยภาพ
           ในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียน จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้แหล่งท่องเที่ยวไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลก มุ่งรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีเดิมและเพิ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ตลอดจนจัดกิจกรรม และรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้คนไทยนิยมเที่ยวเมืองไทย โดยงานที่ต้องดำเนินการในปี 2559 ให้สัมฤทธิ์ผลในปี 2560 เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลต่อไปคือ การปรับปรุงกฎหมายด้านการท่องเที่ยว ปรับปรุงคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ จัดทำแผนการพัฒนาการท่องเที่ยว บูรณาการหน่วยงาน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตามแนวทางประชารัฐ วางรากฐานการพัฒนาระบบและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียน ตลอดจนบูรณาการด้านการประชาสัมพันธ์และการส่งเสริมด้านการตลาด

พลเอก ธนะศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนด้านกีฬาในระยะ 1 ปี 6 เดือน และในระยะ 20 ปี จะเน้นการขับเคลื่อนงานที่สำคัญให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อการวางรากฐานการพัฒนาการกีฬาของประเทศในระยะยาว โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลการกีฬาแห่งชาติเป็นกลไกหลัก เพื่อสร้างความเป็นเลิศด้านกีฬาในระดับเอเชีย และสร้างมาตรฐานด้านการกีฬาเพื่อมุ่งสู่การแข่งขันในระดับโลกจัดกิจกรรมพัฒนามาตรฐาน สร้างความมุ่งมั่นและจิตสำนึกด้านกีฬา สร้างนิสัยในการออกกำลังเพื่อสุขภาพ ตลอดจนใช้กีฬาในการสร้างวินัย ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในชาติ โดยงานที่ต้องดำเนินการในปี 2559 ได้แก่ การจัดทำกฎหมายด้านการกีฬา การจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการกีฬาแห่งชาติ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยด้านการกีฬา
            โดยยกระดับสถาบันการพลศึกษาและการกีฬาที่มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ ให้มีการพัฒนางานด้านการกีฬาในทุกมิติ ตลอดจนกำหนดนโยบาย แผนบริหารจัดการ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และมาตรการส่งเสริมด้านการกีฬา รวมทั้งมีมาตรการลดหย่อนภาษีอุปกรณ์กีฬา เพื่อส่งเสริมให้คนไทยหันมาออกกำลังกายและตื่นตัวในการเล่นกีฬามากขึ้น ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2560 เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลต่อไป
พลเอก ธนะศักดิ์ กล่าวตอนท้ายว่า แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนด้านวัฒนธรรมในระยะ 1 ปี 6 เดือน และในระยะ 20 ปี จะเน้นการพัฒนาใน 3 มิติ คือ
          1) สร้างคนดีและสังคมดี โดยเสริมสร้างค่านิยม อัตลักษณ์ไทยและความเป็นไทยส่งเสริมให้คนไทยมีค่านิยม 12 ประการ มีชุมชนและองค์กรคุณธรรมเพิ่มขึ้น เด็กและเยาวชนได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ สามารถแสดงนาฏศิลป์หรือเล่นดนตรีอย่างน้อย 1 อย่าง
           2) สร้างรายได้และสังคมอยู่ดีกินดี มีความมั่นคง โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มสัดส่วนมูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากทุนและทรัพยากรทางวัฒนธรรม เสริมสร้างชุมชนวัฒนธรรมที่พึ่งตนเองได้ เพิ่มพื้นที่ส่งเสริมความเสมอภาคและโอกาสในการเข้าถึงและการแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรมของประชาชน พัฒนาแหล่งศิลปวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวใหม่
            3) เสริมสร้างเกียรติภูมิ ภาพลักษณ์ และความสัมพันธ์ที่ดีของประเทศ โดยพัฒนาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับต่างประเทศ เพิ่มบทบาทประเทศไทยในเวทีนานาชาติและเวทีโลก ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้ได้รับความนิยมและการยอมรับในระดับสากล เช่น มีมรดกโลกทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น มวยไทยอาหารไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น มีการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ และขยายการจัดตั้งสภาวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น พัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ มีโรงละคร หอศิลป์ และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น มีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดให้ชาวไทยและชาวต่างชาติมีการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น รวมถึงซื้อสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งพัฒนากฎหมายและยกระดับการบริหารจัดการวัฒนธรรมสู่ระดับสากล ซึ่งการขับเคลื่อนและปฏิรูปการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการกีฬา ดังกล่าว จะช่วยให้ประเทศไทย บรรลุวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง และยิ่งยืน” ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ในที่สุด

ฟุตบอลพัฒนาสังคม

                  “ฟุตบอลสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้” คุณเห็นด้วยกับคำนี้หรือเปล่า?

คุณอาจจะสงสัยว่า ฟุตบอลไม่ใช่องค์กรการกุศลที่คอยบริจาคสิ่งของให้กับผู้ยากไร้ หรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่รักษาผู้ป่วยในถิ่นทรุกันดาร ฟุตบอลก็แค่เกมกีฬาที่แย่งกันเตะลูกฟุตบอลลูกเดียวในสนาม แล้วฟุตบอลจะช่วยเหลือหรือเปลี่ยนแปลงสังคมได้อย่างไร? ชายที่ชื่อว่า Wolfgang Niersbach และ Sascha Bauer จะเป็นคนตอบคำถามนี้ให้กับคุณ

ถ้าพูดถึงการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมชาติเยอรมันและบราซิล หลายคนคงคุ้นตากับเกมการแข่งขันที่สนุกเร้าใจ ภาพนักเตะที่ฟาดแข้งกันอย่างดุเดือด กองเชียร์ที่ส่งเสียงเชียร์อย่างสุดใจ โดยเฉพาะในเกมการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ทั้งสองชาติมักจะติดอันดับตัวเต็งในการแข่งเสมอ แต่ในโลกนอกสนาม ประเทศเยอรมันได้ร่วมมือและให้การสนับสนุนในการส่งโค้ช ผู้ฝีกสอน และแรงงานอาสาสมัครเข้ามาทำงานเพื่อช่วยพัฒนาทักษะฟุตบอลให้กับเยาวชนบราซิลตั้งแต่ปี 2012 ในโครงการ “ฟุตบอลเพื่อการพัฒนา (Football for development)”

โครงการดังกล่าว เริ่มต้นขึ้นจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ ที่เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการคำปรึกษากับหน่วยงานของประเทศต่างๆทั่วโลก โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมันเกี่ยวกับการพัฒนาในสาขาต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ, สังคม, สิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่ GIZ เข้าไปช่วยพัฒนาให้กับบริษัทกว่า 300 บริษัททั่วโลก

ในส่วนของโครงการ “ฟุตบอลเพื่อการพัฒนา (Football for development)” GIZ ร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรอย่างเว็บไซต์ http://www.streetfootballworld.org  และสมาคมฟุตบอลเยอรมัน (DFB)  ที่มีจุดประสงค์หลัก คือการใช้ฟุตบอลเป็นสื่อที่ช่วยเยาวชนบราซิลในการเรียนรู้ทักษะทางสังคมต่างๆ ทั้งการปรับตัวอยู่ร่วมภายในสังคม, การมีน้ำใจนักกีฬา ฯลฯ รวมถึงการใช้ฟุตบอลเป็นสื่อกลางในการรณรงค์ปัญหาต่างๆในสังคม เช่น รณรงค์ให้เกิดการป้องกันโรคเอดส์ในประเทศโลกที่สาม

“กีฬาฟุตบอลเป็นภาษาสากลที่คนทั่วโลกเข้าใจ โดยไม่ต้องมีอุปสรรคภาษามาขวางกั้น” ประธานสมาคมฟุตบอลเยอรมัน (DFB) Wolfgang Niersbach กล่าวถึงเสน่ห์สำคัญที่ทำให้กีฬาฟุตบอลสามารถเชื่อมต่อผู้คน ทุกเพศ ทุกวัย ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเขาเชื่อว่ากีฬาฟุตบอลจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งทางร่างกายและจิตใจให้กับเยาวชนในประเทศบราซิลที่ต้องพบเจอกับปัญหาสังคมที่อยู่รอบตัว ทั้งยาเสพติด, อาชญากรรม, ความรุนแรง, ความยากจน และเขาเชื่อว่าฟุตบอลสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

Sascha Bauer ก็เชื่อเช่นนั้น โค้ชทีมฟุตบอลจากสมาคมฟุตบอลเยอรมันที่เข้ามาช่วยเหลือในโครงการที่บราซิล เขาไม่เพียงแต่เป็นโค้ชฟุตบอลให้กับเยาวชนในบราซิลเท่านั้น แต่เขายังเป็นเหมือนครูที่คอยสอนทักษะทางสังคมให้กับเยาวชน มีครั้งหนึ่งในสนามซ้อมเขาสอดแทรกคำถามระหว่างการสอนเลี้ยงลูกฟุตบอลว่า “เด็กๆคิดว่าการล้างมือก่อนกินข้าวสำคัญหรือเปล่า” และให้เด็กตอบคำถามด้วยการเลี้ยงฟุตบอลไปในทิศทางต่างๆ เช่นเลี้ยงไปทางซ้ายตอบว่าไม่สำคัญ เลี้ยงไปทางขวาตอบว่าสำคัญ  แนวคิดดังกล่าวจะทำให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะทางด้านชีวิตไปพร้อมๆกับการฝึกฟุตบอล นอกจากนั้น กฎกติกาของฟุตบอลในเรื่อง Fair Play หรือการมีน้ำใจนักกีฬา จะช่วยบ่มเพาะจิตใจของเยาวชนให้รู้จักการรู้แพ้-รู้ชนะ ความเป็นสุภาพบุรุษ การทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งทักษะเหล่านี้จะช่วยพัฒนาให้พวกเขาเติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพของสังคม

Sascha Bauer  โค้ชฟุตบอลจิตอาสา

1256292294-sascha-bauer-fussball-trainer-suedafrika-lehrer-klein-karben-2zS74F5fF09

 

นอกจากจะส่งโค้ชไปสอนฟุตบอลให้กับเยาวชนในบราซิลแล้ว ทางสมาคมฟุตบอลเยอรมันยังจัดส่งอาสาสมัครเข้าไปพัฒนาเครื่องมือการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ สร้างสัมพันธ์เครือข่ายกับองค์กร NGO และเครือข่ายชุมชนในท้องถิ่น เพื่อให้คำแนะนำแนวทางในการพัฒนาเยาวชนในระยะยาว รวมถึงการให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ในการเตรียมรับมือกับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกของบราซิลในปี 2014

โครงการ “ฟุตบอลเพื่อการพัฒนา (Football for development)” ในบราซิลมีระยะเวลาตั้งแต่ปี 2012 ถึงปี 2014  ซึ่งเป็นแค่หนึ่งในโครงการที่ทางองค์กร GIZ ใช้กีฬาฟุตบอลเป็นสื่อกลางที่พัฒนาสังคมให้กับเยาวชนในประเทศบราซิลเท่านั้น ยังมีโครงการอื่นๆ ในลักษณะที่คล้ายกัน เช่น โครงการ Catalyst for development ที่ใช้ฟุตบอลช่วยสร้างทักษะการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับเยาวชนในแอฟริกาใต้ หรือจะเป็นโครงการ Promoting youth ที่ร่วมมือกับองค์กรสหประชาชาติ (UN) ให้ความรู้กับเยาวชนจากแอฟริกาและตะวันออกกลาง 30 คน ถึงการวางแผนจัดทำโครงการที่ใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการรณรงค์ปัญหาทางสังคมต่างๆ เช่น ความไม่เท่าเทียมทางเพศ, ปัญหาด้านสุขภาพ ฯลฯ  เพื่อสร้างทักษะให้เยาวชนเหล่านั้นกลับไปพัฒนาประเทศบ้านเกิดของตน