เร่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม

 
              พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 6 ด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการกีฬา ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม ในระยะ 1 ปี 6 เดือน รวมถึงเป้าหมายการขับเคลื่อนและปฏิรูปการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม ในระยะ 20 ปี แล้ว มีข้อสรุปร่วมกันว่า การท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม เป็นงานที่มีความสำคัญต่อการเพื่อสร้างคน
                 สร้างรายได้ให้ประเทศ และนำภาพลักษณ์ไทยสู่สากล โดยงานทั้ง 3 ด้านมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน และจะเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศทั้งการพัฒนาคน สังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการในแต่ละด้าน ไปจัดลำดับความสำคัญของงานที่จะขับเคลื่อน และจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนในระยะ 1 ปี 6 เดือน เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลใหม่ รวมทั้งจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม ในระยะ 20 ปี เพื่อนำเสนอคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และรัฐบาลพิจารณาต่อไป
          พลเอก ธนะศักดิ์ กล่าวว่า สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวในระยะ 1 ปี 6 เดือน และในระยะ 20 ปี จะเน้นวางรากฐานในห้วงระยะเวลา 10 ปี ในด้านต่าง ๆ โดยในด้านการท่องเที่ยว ต้องสร้างมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน การทำงานอย่างมีส่วนร่วม มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนพัฒนาระบบ สิ่งอำนวยความสะดวกและศักยภาพ
           ในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียน จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้แหล่งท่องเที่ยวไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลก มุ่งรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีเดิมและเพิ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ตลอดจนจัดกิจกรรม และรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้คนไทยนิยมเที่ยวเมืองไทย โดยงานที่ต้องดำเนินการในปี 2559 ให้สัมฤทธิ์ผลในปี 2560 เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลต่อไปคือ การปรับปรุงกฎหมายด้านการท่องเที่ยว ปรับปรุงคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ จัดทำแผนการพัฒนาการท่องเที่ยว บูรณาการหน่วยงาน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตามแนวทางประชารัฐ วางรากฐานการพัฒนาระบบและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียน ตลอดจนบูรณาการด้านการประชาสัมพันธ์และการส่งเสริมด้านการตลาด

พลเอก ธนะศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนด้านกีฬาในระยะ 1 ปี 6 เดือน และในระยะ 20 ปี จะเน้นการขับเคลื่อนงานที่สำคัญให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อการวางรากฐานการพัฒนาการกีฬาของประเทศในระยะยาว โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลการกีฬาแห่งชาติเป็นกลไกหลัก เพื่อสร้างความเป็นเลิศด้านกีฬาในระดับเอเชีย และสร้างมาตรฐานด้านการกีฬาเพื่อมุ่งสู่การแข่งขันในระดับโลกจัดกิจกรรมพัฒนามาตรฐาน สร้างความมุ่งมั่นและจิตสำนึกด้านกีฬา สร้างนิสัยในการออกกำลังเพื่อสุขภาพ ตลอดจนใช้กีฬาในการสร้างวินัย ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในชาติ โดยงานที่ต้องดำเนินการในปี 2559 ได้แก่ การจัดทำกฎหมายด้านการกีฬา การจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการกีฬาแห่งชาติ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยด้านการกีฬา
            โดยยกระดับสถาบันการพลศึกษาและการกีฬาที่มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ ให้มีการพัฒนางานด้านการกีฬาในทุกมิติ ตลอดจนกำหนดนโยบาย แผนบริหารจัดการ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และมาตรการส่งเสริมด้านการกีฬา รวมทั้งมีมาตรการลดหย่อนภาษีอุปกรณ์กีฬา เพื่อส่งเสริมให้คนไทยหันมาออกกำลังกายและตื่นตัวในการเล่นกีฬามากขึ้น ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2560 เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลต่อไป
พลเอก ธนะศักดิ์ กล่าวตอนท้ายว่า แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนด้านวัฒนธรรมในระยะ 1 ปี 6 เดือน และในระยะ 20 ปี จะเน้นการพัฒนาใน 3 มิติ คือ
          1) สร้างคนดีและสังคมดี โดยเสริมสร้างค่านิยม อัตลักษณ์ไทยและความเป็นไทยส่งเสริมให้คนไทยมีค่านิยม 12 ประการ มีชุมชนและองค์กรคุณธรรมเพิ่มขึ้น เด็กและเยาวชนได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ สามารถแสดงนาฏศิลป์หรือเล่นดนตรีอย่างน้อย 1 อย่าง
           2) สร้างรายได้และสังคมอยู่ดีกินดี มีความมั่นคง โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มสัดส่วนมูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากทุนและทรัพยากรทางวัฒนธรรม เสริมสร้างชุมชนวัฒนธรรมที่พึ่งตนเองได้ เพิ่มพื้นที่ส่งเสริมความเสมอภาคและโอกาสในการเข้าถึงและการแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรมของประชาชน พัฒนาแหล่งศิลปวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวใหม่
            3) เสริมสร้างเกียรติภูมิ ภาพลักษณ์ และความสัมพันธ์ที่ดีของประเทศ โดยพัฒนาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับต่างประเทศ เพิ่มบทบาทประเทศไทยในเวทีนานาชาติและเวทีโลก ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้ได้รับความนิยมและการยอมรับในระดับสากล เช่น มีมรดกโลกทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น มวยไทยอาหารไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น มีการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ และขยายการจัดตั้งสภาวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น พัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ มีโรงละคร หอศิลป์ และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น มีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดให้ชาวไทยและชาวต่างชาติมีการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น รวมถึงซื้อสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งพัฒนากฎหมายและยกระดับการบริหารจัดการวัฒนธรรมสู่ระดับสากล ซึ่งการขับเคลื่อนและปฏิรูปการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการกีฬา ดังกล่าว จะช่วยให้ประเทศไทย บรรลุวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง และยิ่งยืน” ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ในที่สุด