
ธุรกิจร้านข้าวแกง 10 บาท ที่หลายคนอาจจะคุ้นตาหรือบางคนอาจจะเพิ่งเคยเห็นมันคือธุรกิจขายข้าวแกงที่มาพร้อมกับถ้วยเล็กๆ
เพื่อให้เราสามารถที่จะมีอาหารหลากหลายเมนูมารับประทาน ซึ่งจะมีอาหารหลากหลายเมนูส่วนราคาเขาก็จะคิดตามพวกที่เราเลือกมาแล้วในส่วนของข้าวหลายๆร้านเขาให้เราสามารถตักข้าวได้ไม่จำกัดด้วย
ซึ่งรูปแบบธุรกิจที่สามารถให้ลูกค้ามีตัวเลือกเยอะๆแบบนี้ได้ มันกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก สำหรับแนวความคิดของการทำธุรกิจนี้ขึ้นมานั้นน่าจะเกิดมาจากการที่หลายคนอาจจะเคยมีประสบการณ์เป็นของตนเอง
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใครที่เคยไปทานอาหารกับเพื่อนผู้หญิงหรือว่าแฟนจะรู้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่เขาชอบสั่งมาหลายๆเมนูแต่เขากินแค่อย่างละนิดละหน่อยเท่านั้นเองแล้วในส่วนที่เหลือก็จะเป็นหน้าที่ของผู้ชาย
ดังนั้นโมเดลธุรกิจแบบนี้จะห็นว่าคุณผู้หญิงหลายๆคนชอบมาก
ในโลกของธุรกิจการทำการค้าขายเจ้าของย่อมต้องการกำไร ถ้าไม่มีกำไรมันจะอยู่ไม่ได้ ร้านนั้นต้องเจ๊งอย่างแน่นอน โดยทั่วไปร้านอาหารถ้าเขาหักต้นทุนทุกๆอย่างหมดแล้วเนี่ยเขาจะเหลือกำไรอยู่ที่ 13-18%
อันนี้คือร้านทั่วไปเท่านั้นไม่ได้นับล้านหรูหราที่เขาคิดราคาแพงๆเพราะฉะนั้นก็จะแปลว่าตอนที่เราจ่ายเงินให้กับร้านไป 100 บาทเนี่ยกำไรของเขาก็จะมีอยู่ไม่ถึง 20 บาทเท่านั้น
ซึ่งถ้าร้านไหนสามารถทำได้ 13-18% เนี่ยก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่โอเคแล้ว แต่ถ้าเรามาดูในส่วนแค่ต้นทุนเฉยๆเลยเนี่ยมันต้องไม่เกิน 30%
เพราะว่าในธุรกิจร้านอาหารเนี่ยมันมีต้นทุนแฝงเยอะดังนั้นร้านข้าวแกง 10 บาทเนี่ยในถ้วยที่เราเห็น 1 ถ้วยมันจะต้องมีต้นทุนไม่เกิน 3 บาทต่อถ้วย
ซึ่งมองว่ามันก็ลำบากพอสมควรที่เราจะสามารถควบคุมต้นทุนนี้ได้เพราะสมมุติอย่างเมนูแกงฮังเล เนื้อหมูติดมันชิ้นนึงก็มีต้นทุนมากกว่า 5 บาทแล้วนี่ยังไม่รวมเมนูเบสิคอีกหลายอย่าง
ที่ผ่านมาไข่ฟองนึงก็เกือบจะ 4 บาทแล้วเพราะฉะนั้นถ้าใครที่อยากจะทำธุรกิจนี้แล้วประสบความสำเร็จเนี่ยแค่ขายดีอย่างเดียวมันไม่พอเราต้องมีการบริหารต้นทุนเก่งมากๆด้วย เพราะว่าถ้าเกิดความผิดพลาดแค่นิดเดียวเนี่ยมันเข้าเนื้อเราได้แล้ว
โดยทั่วไปเนี่ยเจ้าของร้านอาหารมักจะคำนวณต้นทุนของตัวเองไม่ได้ละเอียดขนาดนั้นเพราะส่วนมากจะเอาแค่ค่าวัตถุดิบค่าพนักงานค่าเช่าและค่าอื่นๆเล็กๆน้อยๆไปรบกับค่าอาหารแล้วก็จะได้กำไร
แต่ในความเป็นจริงแล้วการคำนวณต้นทุนในธุรกิจร้านอาหารเนี่ยมันมีความซับซ้อนมากกว่านี้เยอะมากเพราะว่ามันมีต้นทุนแฝง ยกตัวอย่าง ถ้าเราซื้อของมาสต๊อกในร้านนี้เยอะแล้วขายไม่ออกเนี่ยมันก็จะเสีย
แล้วถ้าเกิดว่าวันไหนเราสต๊อกของไม่พอเราก็อาจจะต้องไปซื้อวัตถุดิบจากซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือไม่ก็ตลาดใกล้ๆก่อนซึ่งราคามันก็ไม่เหมือนกับที่เราซื้อประจำและอะไรพวกนี้มันมีค่าน้ำมันและค่าเสียเวลาด้วย
นอกจากนี้เจ้าของร้านส่วนใหญ่ยังไม่ได้รวมค่าเงินเดือนของตัวเองเพราะว่าในความเป็นจริงแล้วเราต้องให้เงินเดือนกับตัวเองแล้ว
อย่าไปยุ่งกับเงินในกิจการเพราะว่าส่วนมากที่เห็นร้านที่มันขายดีแล้วเจ๊งเนี่ยเหตุผลก็เป็นเพราะว่าเจ้าของกิจการนี่แหละใช้เงินภายในเอาไปหมุนใช้จ่ายส่วนตัว
ซึ่งถ้าเราบริหารแบบนี้ไม่ว่าเราจะขายดีสักแค่ไหนก็ไม่มีทางที่เราจะสามารถอยู่ได้ยาวๆ ตอ้งเจ๊งอย่างแน่นอน ดังนั้นหากใครจะเปิดธุรกิจขายของไม่ว่าจะขายข้าวแกง 10 บาทซื้อขายอาหารอย่างอื่นก็คงจะมีการคำนวณให้ดี
สนับสนุนโดย เครื่องช่วยฟังราคาถูก